...ถ้าพูดถึงเรื่องเสียงหัวเราะและท่าทางในการยิ้มของคนเรานั้น เชื่อว่าไม่มี
ใครเหมือนใครเป็นแน่ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นก็มาจากหลายๆ อย่างประกอบเข้าด้วยกันนั่นเอง
ไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว สภาพแวดล้อม ประเพณี วัฒนธรรม หลากหลายมากมาย
ด้วยเหตุนี้เอง เสียงหัวเราะของคนเราจึงสามารถบอกถึงนิสัยใจคอของคนคนนั้น
และหากคุณลองสังเกตดูก็จะพบว่าการยิ้มและหัวเราของคนแต่ละคนนั้น มีหลายสิ่ง
หลายอย่างที่แตกต่างกันเหลือเกิน ซึ่งกิริยาเหล่านี้เองที่นักวิจัยได้ทำการวิจัยออกมา
และพบว่ามีอิทธิพลต่อนิสัยของคนเราเป็นอย่างมาก

ว่าแล้วเรามาเริ่มสังเกตกันดีกว่า ว่ารอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนรอบตัวเราเนี่ย
มันบ่งบอกว่าเขาเป็นคนอย่างไรได้บ้าง

วิเคราะห์นิสัยและท่าทางของตัวคุณเองหรือคนรอบข้างว่าหัวเราะแบบไหน
(ตอบข้อที่ตรงมากที่สุดนะ)
- หัวเราะเสียงดังลั่น      - หัวเราะเสียงเบา
- หัวเราะเสียงสูง      - หัวเราะเสียงต่ำ
- หัวเราะเสียงแห้ง      - หัวเราะเสียงหนักสม่ำเสมอ
- หัวเราะแล้วน้ำตาไหล      - หัวเราะหลายเสียง

และวิเคราะห์นิสัยและท่าทางของตัวคุณเองหรือคนรอบข้างว่ายิ้มแบบใด
(ตอบข้อที่ตรงมากที่สุดนะ)
- ยิ้มกว้างเปิดเผย      - ยิ้มเม้มปาก
- ยิ้มยั่วยวน         - ยิ้มมุมปาก
- ยิ้มเยือกเย็น         - ยิ้มปุ๊บปั๊บ ยิ้มเร็วหุบเร็ว
- ยิ้มตาหยี


.............................................


เอาหล่ะ เรามาเฉลยในส่วนของท่าทางการหัวเราะก่อนละกัน

หัวเราะเสียงดังลั่น : เอาแบบว่าหัวเราะได้ยินไปสิบบ้านแปดบ้านหล่ะก็ ผลวิจัย
เขาบอกว่า แสดงถึงนิสัยของคนที่จริงใจ จริงจัง มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว หรือจะ
เรียกว่า กล้าได้กล้าเสียก็ไม่ผิดนัก เมื่อมีเรื่องคอขาดบาดตายมาให้ตัดสินใจ ก็จะ
ทำได้อย่างรวดเร็ว มีความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะได้เก่ง และเป็นคนที่
กระตือรือร้นสูง มักมีงานนั่นงานนี่มาให้ทำอยู่เสมอ เสียแต่ว่าไม่มีความรอบคอบ
เท่าที่ควร

หัวเราะเสียงเบา : เสียงหัวเราะที่เบาๆ นุ่มๆ นั้นบอกถึงนิสัยที่เป็นคนที่มี
ความระมัดระวังตัวเองสูง ค่อนข้างจะมีความคิดซับซ้อนซ่อนอยู่ในใจลึกๆ
และมีความต้องการที่จะให้คนรอบข้างสนใจและรู้สึกนิยมชอบพอในตนเอง
นอกจากนี้ ยังเป็นคนที่ละเอียดถี่ถ้วนเป็นอย่างยิ่ง ใช้ชีวิตอย่างรอบคอบเป็นที่สุด
จึงมีเรื่องให้คิดไตร่ตรองอยู่เสมอ ในขณะเดียวกันก็เป็นบุคคลที่เชื่อถือได้
และมีน้ำใจดี พึ่งพาได้ในยามที่ต้องการความช่วยเหลือ

หัวเราะเสียงสูง : มักเป็นคนที่มีจิตใจกระตือรือร้นอยู่เสมอ เรียกได้ว่า มีไฟอยู่ตลอดเวลา
สนใจเรียนรู้เรื่องแปลกๆ ใหม่ๆ ทุกประการ โดยเฉพาะเมื่อได้รวมกลุ่มกับคนหนุ่มคนสาว
จะมีพลังในการสร้างสรรค์สูง มักทำในเรื่องที่สร้างความประหลาดใจต่อผู้อื่นอยู่เสมอๆ
ขณะเดียวกันก็เป็นคนจิตใจดี ไว้เนื้อเชื่อใจทุกคน และยังเป็นคนที่มีคุณธรรม
ในจิตใจสูงส่งอีกด้วย จะไม่ยอมทำในเรื่องที่ขัดต่อศีลธรรมโดยเด็ดขาด

หัวเราะเสียงต่ำ : อุปนิสัยค่อนข้างจะเป็นคนเจ้าชู้เอาเรื่องทีเดียว ทั้งยังเป็นคนที่ให้
ความสำคัญในเรื่องความรักมากอีกด้วย ชีวิตมักวนเวียนอยู่กับเรื่องเหล่านี้เป็นส่วนใหญ่
ในขณะเดียวกันก็จะเป็นคนที่พูดจาหว่านล้อมคนได้เก่ง เข้ากับผู้คนได้ง่าย
มีแนวคิดที่ลึกซึ้งน่าเลื่อมใสศรัทธา และมักเผยแพร่อิทธิพลความคิดของตนได้ผลเสมอ
ซึ่งสิ่งนี้เองที่จะทำให้มีคนมารุมล้อมอยู่บ่อยๆ ด้วยความนิยมรักใคร่

หัวเราะเสียงแห้ง : สำหรับคนที่มีเสียงหัวเราะแห้งๆ ไม่มีชีวิตชีวานั้น บ่งบอกถึง
นิสัยการเป็นคนที่ชอบต่อสู้ และมีชีวิตอยู่ในโลกของความจริง ไม่มีอารมณ์เพ้อฝัน
ในจิตใจเอาเสียงเลย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ละเอียดลึกซึ้งทีเดียว
มองคนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ใครที่คิดจะมาหลอกลวงอะไร ไม่มีทางจะได้ผล
แต่ว่าก็เป็นคนจิตใจดี ชอบช่วยเหลือและเรียกร้องสิทธิเพื่อคนที่ตกทุกข์ได้ยาก
มักมีชีวิตง่ายๆ สมถะ มักคบหากับคนด้วยเรื่องของจิตใจมากกว่าฐานะหรือชื่อเสียง

หัวเราะเสียงหนักแน่นสม่ำเสมอ : มักเป็นคนที่ชอบความสมบูรณ์แบบอยู่เสมอ
คาดหวังเพียงสิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น โดยเฉพาะเรื่องการทำงานที่จะทุ่มเทแรงกายแรงใจสูง
เพื่อผลของงานที่ดีเยี่ยม นอกจากนี้ ยังเป็นคนที่มีจินตนาการแปลกๆ ใหม่ๆ เสมอ
ซึ่งสร้างความสนใจให้กับคนอื่นได้มากทีเดียว ทั้งยังเป็นคนมีอารมณ์ขัน ที่ช่วย
ผ่อนคลายความเป็นคนเอาจริงกับทุกเรื่อง ไม่ให้กลายเป็นคนซีเรียส จนใครๆ ไม่กล้าเข้าใกล้
ให้ดูน่ารักขึ้นอีกมาก


หัวเราะแล้วน้ำตาไหล : บอกถึงนิสัยของการเป็นคนที่มีอุดมคติหรืออุดมการณ์นั่นเอง
มักมีจิตใจที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นอย่างมาก เป็นคนเปิดเผย ร่าเริง ชื่นชมชีวิต
รักทุกสิ่งบนโลกนี้ ไม่ว่าจะดีหรือเลว เรียกว่าเป็นศรัทธาต่อการมีชีวิต
แต่ว่าถ้าต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนสูง ก็จะรู้จักแก้ไขปัญหา
ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มีโลกส่วนตัว และยังหวงแหน
โลกส่วนนี้ของตนเอามากๆ

หัวเราะเสียงหลายเสียง : ถ้าคุณสามารถหัวเราะเป็นเสียงสูงๆ ต่ำๆ ได้อย่างน่าแปลกใจ
ซึ่งบ่งบอกถึงการเป็นคนที่มีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดีมาก
ทั้งยังมีบุคลิกที่คล่องแคล่วว่องไว ชอบความสนุกและยังเอาใจคนรอบข้างเก่งอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังเป็นบุคคลที่สามารถเข้ากับใครๆ ได้ง่าย ไม่ถือตัว ไม่มีฟอร์มใดๆ ทั้งสิ้น
จะทำงานในหน้าที่บริหารหรือจัดการประสานงานได้ดี



.............................................

และคำเฉลย สำหรับท่าทางการยิ้ม

ยิ้มกว้างเปิดเผย : การยิ้มที่สามารถมองเห็นฟันได้อย่างชัดเจนนั้น
บอกถึงการเป็นคนกระตือรือร้นอยู่เสมอ ทั้งยังเป็นคนที่ชอบการแสดงออกเอามากๆ
หากได้รับมอบหมายให้ทำการใดๆ ในกลุ่มคนจำนวนมาก ก็จะสามารถทำได้ดี
โดยไม่มีอาการเก้อเขิน หรือเอียงอายใดๆ ทั้งสิ้น และยังคบหากับคนทั่วไป
ได้โดยง่าย นอกจากนี้ ยังเป็นคนที่ชมชอบการแต่งตัวมาก มักเสียเงินไปกับเรื่องนี้
ทีละมากๆ โดยไม่เสียดาย

ยิ้มเม้มปาก : จะเป็นการยิ้มไม่เห็นฟันของคนยิ้ม บอกถึงความเป็นคนที่ระมัดระวัง
ตัวเองสูง แถมยังมีโลกส่วนตัวมากๆ อีกด้วย ชอบที่จะอยู่คนเดียวมากกว่า จึงมีน้อยคนที่
จะสามารถเข้าหาจนถึงขั้นสนิทสนมด้วยได้ นอกจากนี้ ยังเป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง
รักสันโดษ ชอบใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ
(อย่างในชนบท มากกว่าในเมืองใหญ่)

ยิ้มยั่วยวน : ยิ้มแบบนี้ส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
คนที่มีรอยยิ้มเช่นนี้อย่างแท้จริง นิสัยมักจะเป็นคนที่ชอบจนถึงขั้นหลงใหลในเรื่องความรักเป็นพิเศษ
และยังชอบเพ้อฝันกับเรื่องสวยๆ งามๆ มากกว่าที่จะสนใจความเป็นจริงของชีวิต
จึงมักมีความสามารถสูงในเรื่องที่เกี่ยวกับความสวยงามหรือศิลปะ

ยิ้มมุมปาก : ลักษณะที่ยิ้มเพียงแค่การกระตุกมุมปากเหมือนไม่ค่อยเต็มใจจะยิ้มเท่าไหร่นั้น
บอกถึงอุปนิสัยที่เป็นคนค่อนข้างเข้าใจยากทีเดียว และมักจะมีความซับซ้อนในตัวเองสูง
อารมณ์แปรเปลี่ยนรวดเร็ว แต่จะเป็นคนที่มีความคิดลึกซึ้งคมคาย เพียงแต่อาจแปลก
และแตกต่างจากคนทั่วไปมาก จนบางทีคนอื่นถึงกับตามไม่ทัน นอกจากนี้ ยังมีความ
สามารถในการเป็นนักจิตวิทยาที่พูดจาปลุกเร้าผู้คนจำนวนมากได้ไม่ยากเลย

ยิ้มเยือกเย็น : ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นคนที่มีบุคลิกน่าเชื่อถือและไว้วางใจได้
แต่ลึกๆ ลงไปข้างใน จะเป็นคนที่ไม่เชื่อมั่นในตัวเองอย่างไม่น่าเชื่อทีเดียว
ทั้งยังเป็นที่ซื่อเอามากๆ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมซับซ้อนกับใครเลย
และมีความเป็นนักประนีประนอมสูงอีกด้วย

ยิ้มปุ๊ปปั๊บ : คนที่ยิ้มเร็ว หุบเร็ว บ่งบอกถึงการเป็นคนที่มีพลัง คล่องแคล่วอยู่ตลอดเวลา
และจะตื่นเต้นได้ง่ายกับสิ่งเร้าใจที่แปลกๆ ใหม่ๆ แต่ในขณะเดียวกัน
ก็จะเป็นคนที่สับสนได้ง่ายกับสิ่งที่คลุมเครือ เพราะจะเป็นคนที่ค่อนข้างใจร้อน
และชอบความชัดเจนมากกว่า

ยิ้มตาหยี : บ่งบอกถึงนิสัยของการเป็นคนที่มองโลกในเง่ดีเอามากๆ
เพราะถึงแม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างไร ก็จะยังสามารถหัวเราะ
ได้อย่างน่าแปลกใจทีเดียว นอกจากนี้ ยังบ่งบอกถึงการเป็นคนที่มีอารมณ์ขัน
ชอบทำให้คนรอบข้างยิ้มแย้มอยู่เสมอ และยังเป็นคนที่สามารถนำ
ประสบการณ์ของตนมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณค่าแทบทุกเรื่อง
เรียกว่า ไม่มีวันปล่อยให้ประสบการณ์ไร้ประโยชน์


.............แล้วคุณหล่ะ มีรอยยิ้มและท่าทางการหัวเราะแบบไหน
กุหลาบ เป็นดอกไม้ที่นิยมปลูกไว้ชื่นชมมาแต่โบราณ กุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความโรแมนติก ซึ่งมีบางตำนานเล่าว่า ดอกกุหลาบเป็นเสมือนเครื่องหมายแทนการกำเนิดของ เทพธิดาวีนัส ซึ่งเป็นเทพแห่งความงาม และความรัก วีนัสเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อโฟรไดท์ ในตำนานเทพของกรีกได้กล่าวไว้ว่า น้ำตาของเธอหยดลงปะปนกับเลือดของ อคอนิส คนรักของเธอที่ถูกหมูป่าฆ่า เลือดและน้ำตาหยดลงสู่พื้นแล้วกลายเป็นดอกไม้สีแดงเข้มหรือดอกกุหลาบนั่นเอง แต่บางตำนานก็เล่าว่าดอกกุหลาบเกิดจากเลือดของ อโฟรไดท์ เองที่หยดลงสู่พื้น เมื่อเธอแทงตัวเองด้วยหนามแหลม ดอกกุหลาบ.....นี่สื่ออะไร???

กุหลาบแดงเข้ม  (สีเหมือนไวน์แดง)....
เธอช่างมีเสน่ห์งามเหลือเกิน "

กุหลาบตูมสีแดง....
"ฉันเริ่มรักเธอแล้วจ้ะ "

กุหลาบบานสีแดง....

ฉันรักเธอเข้าแล้ว "

กุหลาบสีแดงที่โรยแล้ว....

ความรักของเรานั้นจบลงแล้ว "

กุหลาบแดงและขาวรวมกัน
...
" รักสองเรานั้นเป็นหนึ่งเดียวกัน "

กุหลาบสีขาว

" ฉันรักเธอด้วยความจริงใจ ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน "

กุหลาบตูมสีขาว

" เธอช่างไร้เดียงสาน่าถนุถนอมเหลือเกิน ฉันรักเธอ "

กุหลาบสีขาวที่โรยแล้ว...

เสน่ห์ของเธอมันเริ่มลดน้อยถอยลงแล้วนะจ๊ะ "

กุหลาบสีชมพู...

ขอให้รักเรานั้นเคียงคู่อยู่นิรันดร "

กุหลาบสีเหลือง...

รักเราที่ผ่านมาเปรียบเสมือนเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอนะจ๊ะ "

กุหลาบสีส้ม...

ฉันรักเธอเหมือนเดิมนะจ๊ะ

 

แฟนหนุ่ม 9 แบบ 9 สไตล์

posted on 27 Jan 2008 10:14 by black2
บทความล้อเลียนหนุ่มๆ   ไม่ซีเรียส  มาอ่านขำๆ ชิลๆ กัน 

สนับสนุนข้อมูลโดย www.NadDate.com 

 

1.หนุ่มเซนซิทีฟ  อารมณ์อ่อนไหว    หลังจากผมล้างจานเสร็จ ขอผมกอดคุณหน่อยนะ

หรือเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ  ผู้ชายที่แสนดี  ผู้ชายรักครอบครัว  ที่รัก  หวานใจ   ผู้ชายที่น่าซุกในอ้อมกอด

ข้อดี..  มีพฤติกรรมเรียบร้อย แต่งกายสะอาดสะอ้าน ถูกกาละเทศะ

ข้อเสีย..  บางครั้งก็อ่อนแอ   รู้สึกเห็นใจผู้อื่นจนน่ารำคาญ 

 

2.ชายแก่อารมณ์เสีย    ทำไม มีแต่คนโง่ๆ นะ   ไปลงนรกกันให้หมดเถอะ  เรามาอยู่บ้าน นอนดูทีวีกันดีกว่า

หรือเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ    ผู้ชายขี้บ่น  ผู้ชายอารมณ์บูด

ข้อดี..  ทำตัวอยู่เฉยๆ เหมือนวางไว้   เดาออกว่าจะทำอะไร

ข้อเสีย..  หงุดหงิดง่าย  ขี้เกียจ  นั่งนานเกินจนเป็นโรคปวดเมื่อยสะโพก  

 

3.ผู้ชายขี้กลัว   ผะ..  ผะ..  ผะ..  ผมขอโทษ ถ้าทำอะไรให้คุณไม่ชอบ

หรือเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ    ผู้ชายที่ชอบสั่นอยู่นั่นแหละ   เอ่อ..  เอ่อ.. เอ่อ  คะ.. คะ..  คะ.. คุณครับ

ข้อดี..  เวลาแกล้งแหย่ให้ตกใจ  เขาจะกระโดดโหยง ทำให้เราขำได้

ข้อเสีย..  ขี้กลั้ว  ยอมแพ้อะไรง่ายๆ 

 

4.ผู้ชายขาใหญ่   หุบปากซะ ผมกำลังคิดอยู่

หรือเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ  ชายร่างใหญ่   ผู้ชายที่ทำอะไรไม่ค่อยถูก  ผู้ชายงี่เง่า 

ข้อดี..  อุ้มเด็กได้ดี  บางครั้งก็หลอกเขาได้ง่าย

ข้อเสีย..   ชอบขัดจังหวะ   

 

5.พวกขี้เกียจเข้าดระดูก   ครอกกกก....ฟี้

หรือเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ  ผู้ชายขี้เกียจ   กาฝาก  หรืออาจจะเป็นผู้ชายขี้ยา

ข้อดี..  พักผ่อนเพียงพอ หาตัวได้ง่าย

ข้อเสีย..   ดูเหมือนจะไม่สามารถเติมเต็มความฝันคุณได้เลย 

 

6.ทำตัวลับๆ ล่อๆ   ใครอ่ะ..  อะไรนะ..  ผมอ่ะเหรอ..

หรือเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ   ผู้ชายรักสันโดษ   ลื่นไหลเป็นงู  วิ่งไหวเหมือนหนู

ข้อดี..  (อาจจะ)รู้สึกสำนึก เวลาทำผิด

ข้อเสีย..   ไม่ค่อยแบ่งเวลาให้กับคนอื่น

 

7.ชายหนุ่มผู้พิชิตใจสาว  หลังจากผมล้างจานเสร็จ  เรามามีเซ็กส์แบบเร่าร้อนกันดีมั้ย

หรือเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ  ผู้ชายร้อนแรง  ผู้ชายคล่องแคล่ว  คาสโนว่า

ข้อดี..  ช่วยกระตุ้นความรู้สึกได้ดี

ข้อเสีย..   แต่บางทีก็กระตุ้นความรู้สึกบ่อยเกินไป

 

 8.ผู้ชายเพ้อฝัน  ซักวันหนึ่งผมจะต้องรวยและมีชื่อเสียงโด่งดัง  ไม่รู้ซิ  แต่ว่านะ.....

หรือเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ ศิลปินผู้ดิ้นรน  ผู้ชายชอบปรัชญา

ข้อดี..  มักนึกถึงแต่เรื่องดีๆ

ข้อเสีย..   สุดท้ายก็จะกลายเป็น ชายแก่อารมณ์เสีย (เหมือนดังเช่น ข้อ2) 

 

9. ผู้ชายในฝัน  ระหว่างที่เด็กๆ กำลังทำความสะอาดบ้าน  เราไปมีเซ็กส์ที่เร้าร้อน บนเรือยอชท์ลำใหม่ของผมกันดีกว่า  ดีไหมที่รัก?”

หรือเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ  ผู้ชายเพอร์เฟกต์

ข้อดี..  เป็นคำตอบให้กับสาวๆ ที่อธิษฐานถึงผู้ชายดีๆ ทุกคืน

ข้อเสีย..   โดนตามล่าจนกำลังจะสูญพันธ์

 

 สนับสนุนข้อมูลโดย www.NadDate.com  เว็บไซต์หาเพื่อน หาคู่ ระดับคุณภาพของวัยทำงาน

Happy New Year 2008

posted on 01 Jan 2008 14:30 by black2

สวัสดีปีใหม่ 2551 เพื่อนๆทุกคน

ขอให้มีความสุขสมปารถนา 

edit @ 1 Jan 2008 14:32:03 by BLACK_22

  ดูดวงอาชีพ ปี 2551 ปีหนูดิน ทำธุรกิจอะไรดี



ปีหมู กำลังจะผ่านไป ปีหนู กำลังผ่านมาเยือน... ใครที่อยากตั้งต้นเป็นนายของตัวเอง ต้องรีบอ่าน เผื่อฟลุ๊คๆ จับผลัดจับผลู ได้เป็นเศรษฐีขึ้นมาก็ได้นะ

อาชีพเหมาะ "ปีนักษัตรชวด"  
 
          บุคลิกลักษณะนิสัยโดยทั่วไปของผู้ที่เกิด "ปีนักษัตรชวด" จะมีความปราดเปรียว เฉลียวฉลาด สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี มีความขยันขันแข็ง มีความมานะอดทนไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก มักชอบสังคมอยู่กับเพื่อนฝูง มีความทะเยอทะยาน รักความก้าวหน้า โชคชะตาในปี 2551 เป็นปีสมพงศ์กับเจ้าชะตา ซึ่งก็ถือว่าจังหวะชีวิตจะดีกว่าในปีที่ผ่านมา ก็ยังคงลุยงานได้เต็มที่
 
          ชาวปีชวดเป็นผู้ที่มีวาทศิลป์ในการพูด ช่างพูดช่างเจรจา ชักจูงให้ผู้ฟังเกิดความศรัทธาเชื่อถือและคล้อยตามได้ จึงสามารถที่จะประกอบอาชีพเป็น นักการทูต ตัวแทน-ตัวกลางประสานงาน นักธุรกิจ ที่ดีได้ มีจินตนาการที่ดี จึงเป็น นักประพันธ์ ได้ มีความเป็นตัวของตัวเอง รักความอิสระ ทำงานด้าน นักค้นคว้าวิจัย นักแสดง หรืออาชีพอิสระ เช่น ขายอาหาร มินิมาร์ท หนังสือพิมพ์ หรือ ธุรกิจส่วนตัว อื่นๆ ก็ดี

อาชีพเหมาะ "ปีนักษัตรฉลู" 
 
          บุคลิกลักษณะนิสัยโดยทั่วไปของผู้ที่เกิด "ปีนักษัตรฉลู" จะเป็นคนที่มีความมั่นคง ซื่อสัตย์ กตัญญูรู้คุณคน ยึดมั่นในคุณธรรม ตัดสินใจทำอะไรจะระมัดระวังรอบคอบ มีความเชื่อมั่น มีจุดยืนของตัวเอง จนบางครั้งดูเป็นคนดื้อรั้น มีความคิดแบบอนุรักษนิยม ยึดมั่นในประเพณีเดิม รักใครแล้วจะรักจริง ในปี 2551 นี้เป็นปีเกื้อหนุนกัน จังหวะก้าวเดินของชีวิตมักจะราบรื่นเป็นส่วนใหญ่ แต่เศรษฐกิจมหันภาคไม่ดี ก็ต้องมีความรัดกุม
 
          อาชีพที่เหมาะสมของคนที่เกิดปีฉลูนั้น เนื่องจากปีฉลูนั้นเป็นปีเจ้าทุกข์ ไม่ทุกข์หรือไม่ยุ่งเรื่องตัวเองก็ต้องแบกภาระเรื่องของคนอื่น จึงควรที่จะทำงานในด้านบริการผู้อื่นถึงจะดี เช่น นักการเมือง งานในสถาบันการศึกษา โรงพยาบาล ช่างเทคนิค หรือทำ เกษตรกรรม ช่างภาพ ร้านอาหาร ประชาสัมพันธ์ ประชาสงเคราะห์ ตำรวจ ทหาร โดยเฉพาะถ้าเป็นงานประเภทที่ต้องทำด้วยตัวเองก็จะดีที่สุด

อาชีพเหมาะ "ปีนักษัตรขาล"  
 
          บุคลิกลักษณะนิสัยโดยทั่วไปของผู้ที่เกิด "ปีนักษัตรขาล" จะเป็นคนที่มีเอกลักษณ์ของความเป็นเอกบุรุษในความเป็นผู้นำที่เด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง เป็นคนที่มีความกล้าหาญชาญชัย กล้าทำ กล้าลุย กล้ารับผิดชอบ มีน้ำใจเมตตากรุณาต่อพรรคพวกเพื่อนฝูง ซื่อสัตย์จริงใจ ชอบพูดหรือชอบทำอะไรแบบตรงไปตรงมา พูดคำไหนคำนั้น รักษาคำพูด มักจะเป็นผู้ที่ชอบบุกเบิกงานหรือเสนอแนวคิดใหม่ๆ อย่างชนิดที่คนอื่นคาดไม่ถึง 
 
          เมื่อเข้าสู่ปี 2551 ที่เป็นกลางๆ กัน จะไม่โดดเด่นเหมือน 2 ปีที่ผ่านมา จึงควรมีความมานะพยายามมากขึ้นกว่าเดิม และควรละเว้นการเสี่ยงทุกชนิด ส่วนอาชีพของผู้ที่เกิดปีขาลนั้นมักจะทำงานเป็นหัวหน้าคน ไม่ว่าจะรับราชการเป็น ตำรวจ ทหาร นักปกครอง นักการเมือง หรือ นักธุรกิจ ก็มักจะเป็นเจ้าของกิจการ ขณะที่งานอิสระ ธุรกิจด้านตลาดหุ้น นักข่าว วิศวกร นายแพทย์  นักแสดง นักกีฬา ก็เอาดีได้เช่นกัน

อาชีพเหมาะ "ปีนักษัตรเถาะ"  
 
          บุคลิกลักษณะโดยทั่วไปของผู้ที่เกิด "ปีนักษัตรเถาะ" หรือปีกระต่ายนั้น จะเป็นคนที่มีน้ำใจไมตรี มีความใจอ่อนใจดี มีเมตตา รักความสงบสันติ มีความเฉลียวฉลาด แต่ก็อ่อนน้อมถ่อมตน มีมิตรสหายมาก มีพรสวรรค์พิเศษในการเจรจาต่อรองชนิดที่ไม่มีใครเทียม ส่วนใหญ่มักจะเป็นคนที่รักความสวยงาม มีรสนิยมสูง มีมาด มีบุคลิกสง่าภูมิฐาน ชอบบรรยากาศโรแมนติกหรูหรา สนุกสนานร่าเริง เหมือนกระต่าย กระโดดโลดเต้น 
 
          ด้วยมีพรสวรรค์เรื่องศิลปะ มีอารมณ์ฝันเฟื่องด้านศิลปะ-การประพันธ์ จิตรกร อีกทั้งมีประสาทสัมผัสไวกับการเปลี่ยนแปลงของคนรอบข้าง และมักจะสามารถคาดคะเนเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ถูกต้องแม่นยำ จึงควรที่จะประกอบอาชีพ เช่น แพทย์ จิตแพทย์ ทนายความ นักสืบ นักดนตรี นักร้อง นักแสดง งานเกี่ยวกับฝีมือ จิตรกร งานบริการชุมชน นัก การเมือง หรือจะเป็น นักพยากรณ์ ก็สามารถทำนายทายทักได้ดีเยี่ยม

อาชีพเหมาะ "ปีนักษัตรมะโรง"  
 
          บุคลิกลักษณะนิสัยโดยทั่วไปของผู้ที่เกิด "ปีนักษัตรมะโรง" มีดวงชะตาที่กล้าแข็ง มักมีโอกาสเป็นผู้นำคนที่เข้มแข็ง มีความฉลาดปราดเปรื่อง มีพรสวรรค์และทักษะเป็นเลิศ มีไหวพริบและปฏิภาณเฉียบคมในการแก้ไขปัญหา กระตือรือร้น ทะเยอทะยานมุ่งมั่นขึ้นสู่จุดสูงสุดขององค์กรหรือธุรกิจที่ตั้งเป้าหมายไว้ เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2551 เป็นปีสมพงศ์กัน จะส่งผลให้มีความรุ่งเรืองก้าวหน้าในธุรกิจหน้าที่การงาน ขอให้ขยัน ลุยให้เต็มที่
 
          สำหรับอาชีพของคนปีมะโรงนั้น เจ้าชะตาเป็นคนเจ้าทุกข์ ถ้าไม่ทุกข์หรือยุ่งวุ่นวายเรื่องตัวเองก็ของคนอื่น จึงเหมาะทำงานด้านบริการสังคม เป็น นักการเมือง นักแสดง นักกีฬา ผู้พิพากษา อัยการ ทูต สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล ตัวแทน ฝ่ายขาย ประชาสัมพันธ์ อีกทั้งมีประสาทสัมผัสที่ 6 จึงเป็นผู้ที่สนใจในศาสตร์ลึกลับ วิชาการด้าน นักพยากรณ์ ก็สามารถทำได้ดี แต่มักจะเรียนเพื่อรู้มากกว่าเพื่อใช้

อาชีพเหมาะ "ปีนักษัตรมะเส็ง" 
 
          บุคลิกลักษณะนิสัยโดยทั่วไปของผู้ที่เกิด "ปีนักษัตรมะเส็ง" มักเป็นคนที่ระมัดระวังตัว เจ้าระเบียบ หลักแหลม เฉียบคม สุขุมลุ่มลึก ไม่อวดตัวโฉ่งฉ่าง เชี่ยวชาญหรือมีอำนาจลึกลับที่จะทำให้คนอื่นประทับใจแต่แรกพบ ละเอียดรอบคอบ รู้จักจังหวะรุกหรือถอย ระแวดระวังเก็บความลับของตัวเอง ซึ่งเมื่อผ่านปีชงในปี 2550 มาได้ก็ถือว่าเก่ง ในปี 2551 นี้ทุกอย่างจะนิ่งขึ้น ก็ควรถนอมเนื้อถนอมตัวไปลุยในปีต่อไปที่จะโดดเด่น
 
          ผู้ที่เกิดปีมะเส็งจะเป็นคนที่มีญาณสัมผัสหยั่งรู้ในบางสิ่งบางอย่าง เชื่อมั่นในเรื่องโชคลาง สนใจศาสตร์เร้นลับ มีความคิดอ่านลึกซึ้ง เป็นคนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเสมือนหนึ่งงูที่เลื้อยซอกแซกไปมา จึงควรทำงานด้าน สืบสวนสอบสวน ค้นคว้าวิจัย วินิจฉัย แก้ไขปัญหาเป็นที่ปรึกษาให้ผู้อื่นได้ดี อาจทำงาน ทนายความ เป็น นักโหราศาสตร์ จิตแพทย์ นักปรัชญา และมีทักษะยอดเยี่ยมที่เป็น นักดนตรี นักร้อง นักแสดง ได้ด้วย

อาชีพเหมาะ "ปีนักษัตรมะเมีย"  
 
          บุคลิกลักษณะนิสัยทั่วไปของผู้ที่เกิด "ปีนักษัตรมะเมีย" มีปฏิภาณไหวพริบเฉียบแหลม เชื่อมั่นตัวเองสูง ตัดสินใจรวดเร็ว มีน้ำใจนักกีฬา สนุกสนานร่าเริง น่ารักอ่อนโยน ช่างพูด เข้ากับคนได้ง่าย ชอบแต่งกายมีชีวิตชีวา ดูเรียบง่ายแต่มีสไตล์ บางครั้งก็พิถีพิถันตามแฟชั่น คนเกิดปีมะเมียสามารถทำงานหรือธุรกิจได้หลายรูปแบบ แต่ในปี 2551 เป็นปีชวดที่ชงเป็นปรปักษ์กัน จึงน่าเป็นห่วงสุขภาพกาย ใจ อุบัติเหตุ ธุรกิจการงาน ควรจะเบรกตัวเอง อดทน อดกลั้นใจเย็นให้มาก และหมั่นทำบุญทำทานสะเดาะเคราะห์เพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบา
 
          อย่างไรก็ดี ด้วยความที่ชาวปีมะเมียมีนิสัยชอบการวิ่งเต้นโลดแล่นทะยานสู่โลกกว้าง มีเพื่อนฝูงบริวารมาก มีความจริงใจต่อผู้คนที่คบหาด้วย อาชีพหรืองานที่เหมาะสมก็คือประเภทที่ทำให้ตัวเองยุ่งตลอดเวลา เช่น ตำรวจ แพทย์ นักธุรกิจ นักการเมือง นักกีฬา นักผจญภัย นายธนาคาร หรือ นักขาย เป็นต้น

อาชีพเหมาะ "ปีนักษัตรมะแม"  
 
          บุคลิกลักษณะนิสัยโดยทั่วไปของผู้ที่เกิด "ปีนักษัตรมะแม" เป็นคนรักความสงบ ใจเย็น ระมัดระวัง รอบคอบ เรียบร้อย สุขุมหนักแน่น มีน้ำใจโอบอ้อมอารี น่ารัก น่าคบหา เสียสละต่อส่วนรวมไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว เป็นคนเคารพกฎเกณฑ์กฎระเบียบแบบแผนของส่วนรวม ซื่อสัตย์ ซื่อตรง ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ชอบช่วยเหลือผู้อื่น บางขณะยินดีที่จะไปรับทุกข์ รับปัญหาของผู้อื่นมาเป็นทุกข์เป็นปัญหาของตัวเองแทน 
 
          เพราะชอบการทำบุญทำทาน ช่วยเหลือผู้คน ชาวปีมะแมจึงควรทำงานด้านสังคม นักการเมือง แพทย์ งานบริการมวลชน โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา อีกทั้งเป็นผู้ที่มีอารมณ์ศิลปิน สามารถทำงานทางด้านที่ใช้จินตนาการ เช่น นักประพันธ์ จิตรกร นักร้อง นักแสดง นักดนตรี หรือเป็น เลขานุการ หรือทำงานประเภทบริการ เช่น ร้านอาหาร โรงแรม โรงภาพยนตร์ รวมถึงงานที่ใช้ศิลปะใช้ฝีมือเฉพาะด้าน

อาชีพเหมาะ "ปีนักษัตรวอก"  
 
          บุคลิกลักษณะโดยทั่วไปของผู้ที่เกิด "ปีนักษัตรวอก" เป็นคนเปิดเผย สนุกสนานร่าเริง ชอบการกระเซ้าเย้าแหย่ เฉลียวฉลาด รอบรู้ ปฏิภาณไหวพริบดี คล่องแคล่วว่องไว คิดอะไรทำอะไรรวดเร็วและเฉียบคม การวางแผนมักจะหลายชั้น รุกได้ถอยได้ รู้จักรอคอยโอกาสหรือจังหวะที่เหมาะ จะไม่ค่อยเชื่อใครง่าย ๆ แต่ถ้าจริงใจกับใครแล้วจะซื่อตรงไม่เล่ห์เหลี่ยมลับหลัง ในปี 2551 จะเป็นปีชวดที่สมพงศ์ ปลอดโปร่งราบรื่นในทุกเรื่อง
 
          ตามดวงชะตาเป็นคนที่เอาตัวรอดจากกลอุบายต่าง ๆ ของฝ่ายตรงข้ามหรือคู่แข่งได้ดี สามารถทำงานหลายประเภทในขณะเดียวกันได้ เป็น นักแสดง ที่เก่ง นักขาย ชั้นเยี่ยม นักข่าว นักประชาสัมพันธ์ ที่ดี เป็น นักการเมือง ก็ปรับตัวได้ตามสถานการณ์ เป็น นักกฎหมาย นักการทูต นักวิจารณ์ ก็ยอดเยี่ยมได้ รวมถึงเป็น นักธุรกิจ นักเขียน นักประดิษฐ์ อาจารย์ โบรกเกอร์ แม้กระทั่ง นักมายากล ก็เหมาะสม

อาชีพเหมาะ "ปีนักษัตรระกา" 
 
          บุคลิกลักษณะนิสัยโดยทั่วไปของผู้ที่เกิด "ปีระกา" มักเป็นคนจิตใจเด็ดเดี่ยวแข็งแกร่งหรือแข็งกร้าวในบางครั้ง มานะอดทน ชอบพึ่งตัวเอง มีความลำพอง ขี้โอ่ในความสำเร็จ รักสวยรักงาม เป็นคนมีโลกทัศน์กว้าง มีปฏิภาณไหวพริบ ฉลาด ทำงานเก่ง กล้าพูดกล้าวิจารณ์ตรงประเด็น ในปี 2551 เป็นปีที่ไม่เกื้อหนุน ทำอะไรต้องเหนื่อยด้วยตัวเอง จึงควรเพิ่มความมานะพยายาม อดทนใจเย็นมากขึ้น และจะไปรุ่งเรืองในปี 2552
  
          คนเกิดปีระกาเป็นคนละเอียดถี่ถ้วน จึงควรจะทำงานประเภทที่เกี่ยวกับการใช้ความละเอียดรอบคอบ เช่น นักการบัญชี สถิติ คอมพิวเตอร์ บางกลุ่มที่ชอบความสวยงามก็ควรทำงานเกี่ยวกับการ เสริมสวย ตัดเย็บเสื้อผ้า ดีไซเนอร์ ศิลปะ นักร้อง นักแสดง และเพราะเป็นผู้ที่มีไฟในตัวเอง ทันสมัย ทันเกมทันเหตุการณ์ จึงเป็น นักธุรกิจ ที่ดีได้ รวมถึงการทำงานเกี่ยวกับ ห้างสรรพสินค้า เป็น ผู้จัดการ หรือ นักบริหารองค์กร

อาชีพเหมาะ "ปีนักษัตรจอ"  
 
          บุคลิกลักษณะนิสัยโดยทั่วไปของผู้ที่เกิด "ปีนักษัตรจอ" เป็นคนขยันขันแข็ง อดทนในภาระที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ ตัดสินใจทำอะไรแล้วไม่เลิกกลางคัน เป็นคนที่ใจดี มีน้ำใจโอบอ้อมอารี รักพวกพ้อง ครอบครัว มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ชอบทางด้านกีฬา เป็นคนว่องไวปราดเปรียว เปิดเผยและจริงใจ ตรงไปตรงมา ในปี 2551 เป็นปีกลางๆ แต่เมื่อเศรษฐกิจไม่ดีก็ขอให้ถนอมเนื้อถนอมตัว อย่าลุยอย่าเสี่ยงอะไรมากจนเกินไป
 
          ชาวปีจอเป็นคนที่ชอบทำอะไรที่เป็นการเสียสละเพื่อผู้อื่น ยินดีที่จะรับปัญหาของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง ดังนั้นควรจะประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับงานด้านบริการช่วยเหลือผู้อื่น หรืองานประเภทช่วยเหลือสังคม เป็น แพทย์ พยาบาล ทหาร ตำรวจ ทนายความ อาจารย์ สถาปนิก ช่างเสริมสวย เลขานุการ หรืองานที่เกี่ยวกับ สังคมสงเคราะห์ ก็จะไปได้ดี

อาชีพเหมาะ "ปีนักษัตรกุน" 
 
          บุคลิกลักษณะนิสัยโดยทั่วไปของผู้ที่เกิด "ปีนักษัตรกุน" จะชอบเฮฮาสนุกสนาน ร่าเริง ไม่มีจริตมารยา ไม่ชอบการเสแสร้ง ยอมรับความเป็นจริงในชีวิต มีความสุขกับชีวิตตามอัตภาพ สามารถทำงานหนักได้ทุกประเภท เป็นคนรักบ้าน รักครอบครัว ห่วงใยญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง เป็นคนใจเย็น ไม่ชอบการต่อสู้ใช้กำลัง ชอบการประนีประนอม ซึ่งในปี 2551 ก็เป็นปีกลางๆ ทุกอย่างจะดำเนินการไปได้เรื่อยๆ ไม่แย่ แต่ก็ไม่เด่นนัก
 
          คนปีกุนมีพรสวรรค์หลายอย่าง เหมาะจะทำงานทั้งด้าน ช่างเทคนิค สถาปนิก ดีไซเนอร์ ผู้จัดการโรงแรม งานบริการ นายทหาร โรงพยาบาล อีกทั้งมีพรสวรรค์ในเรื่องการปรุงอาหารที่ยอดเยี่ยม มีฝีมือชนิดที่หาคนทาบติดยาก ดังจะเห็นว่าคนปีกุนมีความชอบในเรื่องของการกินอยู่ จึงสามารถจะเป็น กุ๊ก ที่ฝีมือเยี่ยม สามารถเปิดร้าน ขายอาหาร ได้ หรือ ทำงานประจำประเภทติดอยู่กับที่ ก็เหมาะสมกับคนปีกุนเช่นกัน


ที่มา เดลินิวส์

วันแรกของวันที่เหลือ

posted on 27 Dec 2007 09:57 by black2
ปรัชญาเต๋าบอกว่า “คนเราไม่เคยนึกถึงตีนเมื่อรองเท้าไม่กัด”
คนเรามักมองไม่เห็นของดีที่ตนมีอยู่จนเมื่อสูญเสียมันไปแล้ว

************************

ไม่เห็นคุณค่าของสองแขน จนกระทั่งมันอยู่ในเฝือก
ไม่เห็นคุณค่าของงาน (ที่เราว่าแย่ๆ) จนกระทั่งตกงาน
ไม่เห็นคุณค่าคนรัก (ที่เราว่าไม่เพอร์เฟ็กท์) จนกระทั่งเธอหรือเขาไปแต่งงานกับคนอื่น
ไม่เห็นคุณค่าของพ่อแม่ (ที่เราว่าขี้บ่น) จนกระทั่งไปงานศพของท่าน
สิ่งที่คนจำนวนมากเลือกทำคือ บ่นว่าตนเองไม่มีความสุข
ไม่ประสบความสำเร็จ ไม่รวย ไม่ได้เป็นเจ้าของสิ่งนั้นสิ่งนี้
และเอ่ยประโยคยอดฮิตว่า
“มันไม่แฟร์เลย”

*************************

บางที ทุกครั้งที่เรารู้สึกว่าโลกไม่มีความยุติธรรม
ก่อนที่เราจะบ่น ลองมองตัวเราเองดูดี ๆ
เราจะพบว่า เรามีอะไรดีๆ หลายอย่างที่คนอื่นไม่มี
เราสามารถทำ “หนึ่งวันเดียวกัน” ของเราให้มีความหมายได้

ก็ต่อเมื่อเราเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามี
และใช้วันนี้ วันแรกของวันที่เหลืออย่างคุ้มค่าที่สุด
เพราะวันแรกของชีวิตที่เหลือนี้ช่างสั้นเหลือเกิน
และเพราะเราไม่มีทางรู้ว่าเรามี “วันแรกของวันที่เหลือ” อยู่อีกสักกี่วัน

**************************
ประโยชน์ของการดื่มเบียร์

ปกติแล้วจะได้ยินแต่โทษของการดื่มเบียร์ แต่วันนี้เกร็ดความรู้มีประโยชน์ของการดื่มเบียร์มาฝากกัน...
     
ประโยชน์ด้านหัวใจ : จากการวิจัยของมหาวิทยาลัยอีโมรี พบว่าผู้หญิงและผู้ชายสูงอายุจำนวน 2,200 คนที่ดื่มเบียร์วันละ 1.5 แก้วต่อวัน มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจล้มเหลวลดลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว เพราะว่าเบียร์ช่วยสูบฉีดโลหิต ทำให้หลอดเลือดหัวใจแข็งแรง และขจัดไขมันที่เกาะอยู่ตามหลอดเลือดออกไป

ประโยชน์ด้านสมอง : นักวิทยาศาสตร์ในบอสตัน พบว่า คนที่ดื่มเบียร์ตั้งแต่ 1-6 แก้วต่อสัปดาห์   จนถึง 7-14 แก้วต่อสัปดาห์จะเกิดอาการชักได้น้อยกว่าผู้ที่ไม่ดื่มเลย เพราะว่าเบียร์ช่วยลดขนาดเม็ดเลือด และช่วยให้เลือดไม่ไปคั่งอยู่ที่สมองได้

ประโยชน์ด้านจิตใจ : การดื่มเบียร์ช่วยลดความเครียดได้ ช่วยให้ผ่อนคลาย หายกังวล แก้อาการอาย ทำให้อารมณ์ดี เป็นการป้องกันโรคซึมเศร้าไปในตัว

ประโยชน์ด้านอื่น ๆ : เบียร์มีสารอาหารสำคัญอยู่หลายตัว ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน วิตามิน B ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม เซเลเนียม และธาตุเหล็ก เพราะมันทำมาจากยอดอ่อนของข้าวเอาไปหมักกับยีสต์ ใครที่ดื่มเบียร์จึงไม่ขาดสารอาหารที่จำเป็น

รู้อย่างนี้แล้ว ก็หันมาดื่นเบียร์กันดีกว่า แต่ก็ต้องไม่ดื่มมากจนเกินไป เพราะประโยชน์อาจจะกลายเป็นโทษได้.

  www.dailynews.co.th
วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2550